รู้ไหมว่า Search Engine มีกี่ประเภท ?
ทุกวันนี้ในโลกอินเตอร์เน็ต มีเว็บเพจจำนวนไม่น้อยที่ ให้บริการทางด้านการค้นหาข้อมูล ตั้งแต่ Yahoo.com เว็บต้นตำรับของ Search Engine ไปจนถึง Google.com ที่ว่ากันว่าหาได้ทุกอย่างที่อยากได้ แต่คุณทราบหรือเปล่าว่า Search Engine เขาแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ว่ากันตามลักษณะการทำงาน คือ เสิร์ชเอ็นจิ้นพันธุ์แท้ (Original Search Engine) และ เสิร์ชเอ็นจิ้นไดเร็คทอรี่ (Search Directories)
เพื่อความเข้าใจเรามาดูตัวอย่างกันสักหน่อย โดยตัวอย่างของ เสิร์ชเอ็นจิ้นพันธุ์แท้ ได้แก่
AltaVista, Lycos เป็นต้น มีหลักการทำงานโดยใช้โปรแกรมในการจัดรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์ในอินเตอร์เน็ต ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะมีความละเอียดมาก เหมาะสำหรับการค้นหาข้อมูลที่จำเพาะมากๆ ส่วนตัวอย่าง Search Directory ได้แก่
Yahoo! ซึ่งจะเป็นเว็บไซต์ที่ใช้แรงงานคนในการเก็บรวบรวมข้อมูล โดยแต่ละเว็บไซต์จะถูกจัดให้อยู่ในหมวดหมู่ที่เหมาะสม ซึ่งหมายความว่าปริมาณข้อมูลใน Search Directories อาจไม่ครอบคลุมทุกเว็บไซต์ที่มีในอินเตอร์เน็ต แต่ผลลัพธ์ที่คุณได้จะมีความสอดคล้องกับความต้องการ แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกค้นด้วย Search Engine หรือ Search Directory ก็ตามวิธีการค้นก็มีหลักการเหมือนๆ กันคือจะต้องมีคำที่ใช้ในการค้นหา หรือ ที่เราเรียกว่า คีย์เวิร์ด (KeyWord) ซึ่งเอาไว้สำหรับเป็นเงื่อนไขหลักในการค้นหาสำหรับวิธีการใช้งานก็คงไม่แตกต่างไปจากเสิร์ชไซด์อื่นๆ นั่นก็คือต้องพิมพ์คีย์เวิร์ดในการค้น แล้วคลิ้กปุ่มให้เริ่มค้น ส่วนที่ใช้กำหนดว่าให้ค้นรายชื่อเว็บ รูปภาพ หรือไฟล์นั้นก็สามารถคลิ้กเลือกได้จากแถบที่แสดงบนหน้าเว็บเพจเลย
โครงสร้าง และ วิธีการทำงานของ เสิร์ชเอ็นจิ้น จะประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลักๆ คือ
- สไปเดอร์ (Spider) หรือ Web Robot จะเป็นตัวที่ทำหน้าที่เข้าไปสำรวจเว็บไซต์ต่างๆ แล้วดึงข้อมูลเหล่านั้นมาเพิ่มเติม-อัพเดท(Up Date) ใส่ในรายการฐานข้อมูลของ เสิร์ชไซต์นั้นๆ ส่วนมาก Spider มักนิยมจะเข้าไปอัพเดทข้อมูลเป็นรายเดือน
- ฐานข้อมูล (Database) เป็นส่วนที่ใช้เก็บรายการ ข้อมูลต่างๆเว็บไซต์ที่ไปสำรวจมา ฐานข้อมูลที่ดีควรจะต้องมีขนาดใหญ่เพียงพอที่จะรองรับกับการเติบโตของเว็บไซต์ในปัจจุบัน การออกแบบฐานข้อมูลที่ดีก็เป็นส่วนสำคัญเพราะถ้าฐานข้อมูลออกแบบมาทำงานช้าก็ทำให้การรอผลนานและจะไม่ได้รับความนิยมไปในที่สุด
- โปรแกรมค้นหา (Search Engine Program) มีหน้าที่รับคำหรือข้อความที่ผู้ใช้งานป้อนเข้ามา แล้วเข้าค้นหาตามเว็บไซต์ต่างๆ ที่จัดเก็บไว้ในฐานข้อมูล จากนั้นก็จะรายงานผลเว็บไซต์ที่ค้นพบให้กับผู้ใช้ การสืบค้นด้วยวิธีนี้นอกจากจะต้องมีระบบการสืบค้นข้อมูลที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพแล้ว การกลั่นกรองผลที่ได้ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญของการสืบค้นข้อมูล
รูปแบบต่างๆ ในการจัดเก็บข้อมูล และแสดงผลลัพธ์ ในการค้นหาของ เสิร์ชไซต์ มีดังนี้
-
Keyword Index เป็นรูปแบบในการแสดงผลการค้นหาข้อมูล โดยการค้นหาจากข้อความในเว็บเพจที่ได้ผ่านการสำรวจมาแล้ว จะอ่านข้อความ/ข้อมูล อย่างน้อยๆ ก็ประมาณ 200-300 ตัวอักษรแรกของเว็บเพจนั้นๆ โดยการอ่านนี้จะหมายรวมไปถึงอ่านข้อความ/ข้อมูล ที่อยู่ในโครงสร้างภาษาเว็บแบบ HTML ซึ่งอยู่ในรูปแบบของข้อความที่อยู่ในคำสั่ง ALT ซึ่งเป็นคำสั่งภายใน TAG คำสั่งของรูปภาพ แต่จะไม่นำคำสั่งของ TAG ในรูปแบบอื่นๆ ที่ไม่ใช่ ALT ในภาษา HTML และคำสั่งในภาษา JAVA มาใช้ในการค้นหา วิธีการค้นหาของ เสิร์ช เอ็นจิ้น ประเภทนี้จะให้ความสำคัญกับการเรียงลำดับข้อมูลก่อน-หลัง และความถี่ในการนำเสนอข้อมูลนั้นๆ จากการค้นหาข้อมูล โดยวิธีการเช่นนี้จะมีความรวดเร็วมาก แต่มีความละเอียดในการจัดแยกหมวดหมู่ของข้อมูลค่อนข้างน้อย เนื่องจากไม่ได้คำนึงถึงรายละเอียดของเนื้อหาเท่าที่ควร แต่หากว่าคุณต้องการแนวทางด้านกว้างของข้อมูลและความรวดเร็วในการค้นหาวิธีการนี้ก็ใช้ได้ผลดี
ดังนั้น การค้นหาข้อมูลโดยใช้ เสิร์ชไซต์ ที่มีการจัดเก็บ และ แสดงผลลัพธ์ แบบ Keyword Index นี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการค้นหาข้อมูลในวงกว้าง และจำนวนมาก ไม่เน้นถึงการเจาะลึกเข้าไปถึงข้อมูลจำเพาะ นั่นเอง
-
Subject Directories เป็นรูปแบบในการจำแนกหมวดหมู่ข้อมูล ที่จัดแบ่งโดยการวิเคราะห์เนื้อหาใน รายละเอียด ของแต่ละเว็บเพจ ว่ามีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร โดยการจัดแบ่งแบบนี้จะใช้แรงงานคนในการพิจารณาเว็บเพจ ซึ่งทำให้การจัดหมวดหมู่ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของคนจัดหมวดหมู่แต่ละคนว่าจะจัดเก็บข้อมูลนั้นๆ อยู่ในเครือข่ายข้อมูลหมวดอะไร ดังนั้นฐานข้อมูลของ เสิร์ชไซต์ ประเภทนี้ส่วนมากจะจัดแบ่งตามเนื้อหาก่อน แล้วจึงนำมาเป็นฐานข้อมูลในการค้นหาต่อไป จึงทำให้ผลลัพธ์ของการค้นหาค่อนข้างจะตรงกับความต้องการของผู้ใช้ และมีความถูกต้องแม่นยำในการค้นหาข้อมูลสูง อาทิเช่น หากเราต้องการหาข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์ หรือเว็บเพจที่นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยการค้นหาและแสดงผลในระบบนี้ เสิร์ชไซต์ก็จะประมวลผลรายชื่อเว็บไซต์ หรือเว็บเพจที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ล้วนๆ มาให้คุณ
ดังนั้น การค้นหาข้อมูลโดยใช้ เสิร์ชไซต์ ที่มีการจัดเก็บ และ แสดงผลลัพธ์ แบบ Subject Directories นี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการค้นหาข้อมูลอย่างละเอียดในเนื้อหา ของข้อมูลจำเพาะ
-
Metasearch Engines เป็นรูปแบบในการแสดงผลการค้นหาข้อมูล แบบหลายมิติ กล่าวคือจุดเด่นของการค้นหาในรูปแบบนี้ คือการค้นหาที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลที่ค้นหาไปยัง เสิร์ชไซต์ ประเภทอื่นๆที่มีการลิงค์กันอยู่ในเน็ตเวิร์ค ดังนั้นจึงส่งผลให้ผลลัพธ์ที่ได้นั้น มีความหลากหลายของข้อมูลของการค้นหาในรูปแบบต่างๆกันแต่การค้นหาด้วยวิธีนี้มีจุดด้อย คือ วิธีการนี้จะไม่ให้ความสำคัญกับขนาด เล็ก/ใหญ่ของตัวอักษร และคำจำพวกภาษาพูด (Natural Language) ดังนั้นหากคุณจะใช้ เสิร์ชไซต์ ที่มีรูปแบบในการค้นหานี้ละก็ ขอให้ตระหนักถึงข้อบกพร่องเหล่านี้ด้วย
ดังนั้น การค้นหาข้อมูลโดยใช้ เสิร์ชไซต์ ที่มีการจัดเก็บ และ แสดงผลลัพธ์ แบบ Metasearch Engines นี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการให้ผลของค้นหาข้อมูลของตน มีความหลายหลายในวงกว้าง สลับกับข้อมูลจำเพาะ
Google เว็บไซต์น้องใหม่มาแรง
กูเกิ้ล ก็เป็นอีกหนึ่งเว็บไซต์ที่ให้บริการในการค้นหาที่ได้รับความนิยมจากเหล่าเหล่านักเสิร์ชทั้งหลาย ด้วยความเร็วและผลการค้นที่แม่นยำ และง่ายต่อการใช้จึงทำให้ www.google.com
ได้รับความนิยมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และในปัจจุบันนี้ กูเกิ้ล ก็ขยายสาขามาค้นกันถึงเมืองไทยภายใต้ชื่อ กูเกิ้ล ประเทศไทย หรือ Google Thailand ภายใต้โดเมน www.google.co.th จุดเด่นของ Google อยู่ที่ความสามารถในการค้นหาเว็บได้อย่างรวดเร็ว, แม่นยำ และจำนวนมาก สามารถค้นได้ทั้งเว็บ รูปภาพ และไฟล์ รวมถึง คลิปวีดีโอ ต่างๆ แถมยังสามารถตั้งเงื่อนไขการค้นเป็นภาษาไทยได้อีกต่างหาก จึงนับว่าเป็น Search Engine แบบครบวงจร ที่ใครได้ลองใช้บริการสักครั้งเป็นต้องติดอกติดใจย้อนกลับมาค้นอีก (หลายๆ ครั้ง)
ในปัจจุบันกว่า 50% ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลก นั้นนิยมใช้ Google
รูปการค้นหาแบบต่างๆ ของ กูเกิ้ล